เขื่อนเชี่ยวหลาน เขาสก กุ้ยหลินเมืองไทย

กระโดดหน้าเขื่อนเชี่ยวหลาน
นักท่องเที่ยวกำลังโดดหน้าเขื่อนเชี่ยวหลาน

          เขื่อนเชียวหลาน มีชื่อทางการว่า”เขื่อนรัชประภา” เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าและการเกษตร อีกบทบาทหนึ่งคือเรื่องท่องเที่ยว  คำว่า”เชี่ยวหลาน”มาจากชื่อแก่งในสมัยก่อน จึงเป็นชื่อเรียกเขื่อนของชาวบ้าน  เขื่อนเชียวหลานเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวไทยและต่างประเทศ มีบริการ แพและที่พัก  บรรยากาศท่ามกลางหุบเขาหินปูสลับซับซ้อน

ยามเช้ากิจกรรมที่แนะนำก่อนนั่งเรือเที่ยวเขื่อน นั้นก็คือ ชมวิวทิวทัศน์บริเวณสันเขื่อน  จะมองเห็นสันเขื่อนทอดยาว มองเห็นสายหมอกไหลรินตามหุบเขาด้านล่าง โอบกอดหุบเขาไว้อย่างไม่อยากจะไปไหน จุดนี่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปกัน

เมื่อเดินทางมาถึงท่าเรือก็โทรติดต่อเรือหรือที่พักที่จองไว้ ถ้ายังไม่ได้จองเรือก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ จะมีบริการจัดเรือตามคิว มีราคามาตรฐาน เป็นระบบเรียบร้อย แต่ส่วนมากจะเป็นแบบวันเดย์ทริปนะครับ ถ้าแบบพักค้างคือให้ติดต่อที่พักก่อนดีกว่าครับ ส่วนเรื่องเรือมาติดต่อด้านหน้าได้  

เตรียมของลงเรือเสร็จเรียบร้อย พี่คนขับก็จะแนะนำเราว่าไปเที่ยวไหนบ้าง  ถ้าวันเดย์ทริป ก็จะเป็น นั่งเรือชมวิว รับประทานอาหารเที่ยง แวะแพนางไพร  แวะกุ้ยหลินเมืองไทย หรือหินสามเกลอ แต่ถ้าแบบ2วัน1คืน ก็จะพาเข้าที่พัก ตามแพที่เราได้จองไว้

         บริเวณเขื่อนเชี่ยวคาน เมื่อสามร้อยกว่าล้านปีก่อนจะเป็นแนวปะการัง ที่ถือว่ายาวที่สุดในโลก เหมือนเรานั่งเรือย้อนอดีตไปสู่ยุคเก่า  จุดแรกที่จะพาไปวันนี้และถือว่าเป็น UNSEEN ของเขื่อนเชี่ยวหลาน นั้นก็คือ หินสามเกลอหรือเขาสามเกลอ โอบล้อมพนังเขาในเวิ้งน้ำ  ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า”กุ้ยหลินเมืองไทย”ของเรานี่เองละครับ  และยังมีหินรูปร่างคล้าย กระต่ายมากันแบบครอบครัว ส่วนด้านหลังก็จะเป็นเขาหน้ายักษ์อาจจะจินตนาการยากหน่อยแต่พอเห็นแล้วก็ร้องอ้อกันทุกคนครับ   คนขับเรือจะให้เราตะโกน ก็จะได้ยินเสียงสะท้อน เนื่องจากเป็นพนังเขาสองข้าง  ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ก็จะนิยมกระโดดน้ำเล่นกันในจุดนี้

แพสายชล
วิวยามเช้าแพสายชล เขื่อนเชี่ยวหลาน จ.สุราษธานี

จากนั้นก็จะพาไปแพนางไพร ที่เป็นแพแรกของอุทยานแห่งชาติเขาสก  ถ้ามองไปจุดที่เราพึ่งผ่านมาจะเห็นเขาหินปูนสลับซับซ้อน ถือว่าเป็นวิวที่ดีและสวยที่สุด และจุดนี้เองที่แต่ก่อนเป็นที่มาของชื่อ”กุ้ยหลินเมืองไทย”

แพนางไพร เขื่อนเชี่ยว

“แวะให้อาหารปลา เข้าห้องน้ำ กันก่อนน่ะครับ” คนขับเรือบอกกล่าวกับพวกเรา  แพนางไพรจะเป็นแหล่งปลาตะเพียนหางแดงแหล่งธรรมชาติ สามารถซื้ออาหารปลานั้นคือเมล็ดข้าวโพดแห้ง มาเลี้ยงปลาก้ได้นะครับ 

        มาถึงตรงนี้ ถ้ากิจกรรมแบบวันเดย์ทริป คนขับก็จะพานักท่องเที่ยวเดินทางกลับ แต่ถ้ากลุ่มไหนพักค้างคืนก็จะไปส่งตามแพต่างๆ เราใช้บริการที่พัก แพสายชล

เมื่อมาถึงแพสายชลก็เตรียมเก็บสัมภาระเข้าที่พัก และรับประทานอาหารเที่ยง และวันนี้บ่ายๆเรามีนัดกันเที่ยวถ้ำปะการัง กิจกรรมอีกรูปแบบหนึ่ง

        เราจะต้องนั่งเรือไปอีกประมาณ10นาที แล้วเดินเท้า อีกกิโลครึ่ง ใช้เวลาประมาณ20นาที ก็จะพบกับทะเลใน สมัยก่อนจะมีแพ500ไร่บริการแต่ตอนนี้เป็นหน่วยย่อยคลองแสง จากนั้นเราจะต้องนั่งแพขนานยนต์ไม้ไผ่ไปอีกไม่ถึง7นาทีก็จะถึงปากถ้ำ

ถ้ำปะการังสมัยก่อนหลายล้านปีมาแล้วเคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อนจากการสำรวจของนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง  ถ้ำจะไม่ลึกมากนัก ไม่เกิน400เมตร  ก็มาถึงสุดถ้ำแล้ว ภายในถ้ำคนนำทางจะชี้ให้ดูหินงอกหินย้อยสวยงาม หรือที่เกิดใหม่สีขาวนวลให้พวกเราได้ชมและถ่ายรูปกัน มีหินหอยมือเสือยักษ์  และผนังถ้ำเป็นลิ้วม่าน ที่เวลาเราใช้แสงผ่านม่านหิน แสงจะสามารถทะลุได้ หรือจะเป็นการตีหินที่ทำให้เกิดเสียงดังกังวานเหมือนเราตีระฆัง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็เดินย้อนกลับทางเดิม และกลับที่พัก

บริเวณถ้ำปะการัง เขื่อนเชี่ยวหลาน เขาสก จ.สุราษธานี

กิจกรรมยามสายของที่พัก นั้นก็คือการเล่นน้ำ เมื่ออากาศร้อนก็ต้องกระโดดน้ำลงไปแช่ แล้วได้อยู่ท่ามกลางวิวหินปูนที่สวยงาม เล่นน้ำกันจนกว่าจะทานอาหารเย็นที่ทางที่พักจัดให้  บางคนก็อาจหามุมสงบของตัวเอง หยิบหนังสือเล่มโปรดที่ตัวเองรักที่ติดไม้ติดมือมาด้วย มาอ่าน เนื่องจากที่พักไม่มีสัญญานโทรศัพท์ทำให้พฤติกรรมที่เราอาจจะเห็นการก้มหน้าห่างหายไป จะมีก็อาจจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองอย่างเคยชินแล้วนั่งเล่นเกม ส่วนผมวิวทิวทัศน์และบรรยากาศข้างหน้ามันมีคุณค่ามากกว่า

พระอาทิตย์เริ่มจะคล้อยลงต่ำใกล้จะลับขอบฟ้า ตอนนี้ทางแพที่พักได้ปั่นไฟให้แสงสว่าง ได้เวลาชาตแบตกันอย่างเต็มที่ แต่จำไว้ว่าที่นี้ไม่มีสัญญานโทรสัพท์นะครับ ถ้าจะใช้ต้องพายเรือออกไปไกลมาก  หลังจากทานอาหารค่ำ พวกเรานั่งจับเข่าคุยกันเรื่องจิปาทะ  ซึ่งตอนนี้จะมองเห็นดวงจันทร์ดวงโตอวดแสงนวลๆตา เหมือนจะบอกว่าขออยู่เป็นเพื่อน เรื่องเล่าต่างแดนเรื่องนั้นเรื่องนี้ ต่างหลั่งไหลออกมา พูดคุยกัน เกือบ4ทุ่มกว่าๆก็ได้เวลาพักผ่อนกัน

เขื่อนเชี่ยวหลาน
นั่งเรือชมวิวยามเช้า เขื่อนเชี่ยวหลาน เขาสก

เกือบ6โมงนาฬิกาปลุก ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ ได้ยินเสียงเจียวจ้าวของนักท่องเที่ยวที่ตื่นกันเข้าห้องน้ำและจะเดินทางไปชมวิวทิวทศน์สายหมอก ยามเช้า6โมงกว่าเรือพวกเราก็ลอยลำขับออกไปช้าๆ บางคนพกกาแฟหอมกรุ่นสร้างความสุนทรีย์ละเมียดละไมทางอารมณ์ สายหมอกไหลรินผิวน้ำ น้ำสงบนิ่งเขียวมรกต อากาศเย็นสบายไหลมาเตะจมูก เสียงนกเงือก และชะนีร้องเรียกหาได้ยินแว่วๆๆมาแต่ไกล หรือไม่ก็ได้ยินเสียงตามพุ่มไม้ใหญ่ด้านหน้า คนขับจะพาเราชมวิวยามเช้า ในช่วงจังหวะที่เรามา ก็จะเห็นสายหมอก ท่ามกลางเขาหินปูน บอกให้คนขับจอดเรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก็กลับมาทานอาหารเช้า  อาหารยามเช้า ข้าวต้มกับอาหาร4อย่างจัดเตรียมตรงหน้า ไม่รอช้าที่จะจัดการ หลังจากนั้นก็เตรียมตัวเดินทางกลับ  

        การท่องเที่ยวที่ใช้ชีวิต2วัน1คืน กับบรรยกาศเขาหินปูน สายหมอก เล่นน้ำ พายเรือ ทิ้งให้โลกที่แสนวุ่นวายอยู่ไว้เบื้องหลัง ปิดโลกอินเตอร์เน็ต ผมเชื่อว่าถ้าใครมาเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานก็จะตกหลุมรักอย่างแน่นอนครับ

-รับจัดทริปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน ติดต่อช้างอิมเมท 0809923727  LINE :changimage

ภาพ-บทความ : ช้างอิมเมท