นาขั้นบันได ป่าปงเปียง

เมื่อปลายฝนต้นหนาวย่างกายเข้ามา การเที่ยวนาขั้นบันไดก็เริ่มขึ้น เป็นจังหวะที่นาเริ่มมีสีเขียวและจะกลายเป็นสีทองและออกรวง ท้องใกล้แก่  จริงๆแล้วเราสามารถจะมาเที่ยวป่าปงเปียงได้ในช่วงหน้าฝน ประมาณ ต้นๆสิงหาคม ช่วงที่ชาวนา กำลังดำนาดำน้ำแล้ว ต้นข้าวเจริญเติบโตเป็นยอดอ่อนๆ หรือมาเที่ยวในช่วงที่ต้นข้าวเป็นสีทองเริ่มท้องแก่ ใกล้จะเก็บเกี่ยวในช่วงประมาณ ต้นๆเดือนตุลา อยู่ที่เราตัดสินใจว่าชอบช่วงจังหวะของบรรยากาศแบบไหน  โดยอาจจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่พักได้เลยครับ

ป่าปงเปียง อยู่ใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางนาขั้นบันไดและไร่สับปะรด การเดินทางอาจจะยากลำบากนิดถ้ามาช่วงหน้าฝน ไม่แนะนำให้ขับรถเข้าไปเอง ให้ใช้บริการรถนำเที่ยว แต่ถ้ามาในช่วงหน้าหนาวก็อาจจะขับเข้ามาได้ รถเก๋งหรือรถโหลดต่ำไม่แนะนำครับ

อ่านเพิ่มเติม

เที่ยวแล้วได้อะไร มาหาคำตอบกันครับ

เที่ยวแล้วได้อะไร คำถามนี้ ผุดขึ้นในหัวของผมมานานจนจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไร  ผมเชื่อว่าทุกท่านก็เคยได้ยินได้ฟัง กับคำถามนี้  แต่ก่อนอาจจะได้ยินไม่มากนัก แต่มายุคสมัยนี้ที่การติดต่อข่าวสารแคบลง การได้ยินคำถามนี้เลยมีมากขึ้น

ผมเชื่อว่า ทุกท่านสำหรับคนเที่ยวแล้วก็น่าจะมีคำตอบอยู่ในใจ แต่เชื่อเถอะว่าทุกคนต้องอยากได้ยินคำตอบจากปากท่านแน่นอน

“สำหรับคนถาม”ที่น่าจะไม่เคยเที่ยวมากมาย หรือมีอะไรติดค้างอยู่ในใจ อาจจะบอกว่า เที่ยวทำไมเสียเงินและเวลา  เหนื่อย อยู่บ้าน นอนเล่นพักผ่อนดีกว่า  อะไรก็แล้วแต่ที่จะสรรหามาบอกกล่าว แต่เชื่อสิว่าพอย้อนกลับไปจุดถาม ก็จะเข้าใจ ที่เขาตอบมาเช่นนั้น  ทำไมนั้นเหรอ ก็ไม่มีใครจะไม่เคยเที่ยวนั้นเองครับ

“สำหรับคนชอบเที่ยว” เขาจะบอกว่า  การเที่ยวก็เหมือนการเดินทาง เป็นการพบปะสังคม พบเจอประสบการณ์ใหม่ ๆที่ได้ค้นหา  ได้เปลี่ยนแปลงบรรยากาศ ได้เรียนรู้ มากมายที่จะตอบได้ บางคนก็ได้พบรักใหม่  เจอคอเที่ยวเดียวกัน มากมายสารพัด

มาดูสาเหตุกันบ้าง “ทำไม เขาไม่เที่ยวกัน” อาจจะเพราะ ไม่มีเงินเที่ยว  ไม่มีปัจจัยอันนี้เป็นเป็นหัวข้อต้นๆของสาเหตุก็ว่าได้ อีกอย่างคือเวลา แค่2ข้อนี้ ก็ตอบคำถามได้เกือบครบแล้ว 2หัวข้อนี่ หรือเพราะที่ไปต้องเดินทางไกล กลัวเหนื่อย หรือเพราะไม่ชอบขี้หน้าคนไปด้วยอันนี้ก็เคยเห็น   

จริงๆแล้วการเที่ยวอาจจะเสียเงินไม่มากไม่มาย ถ้าเรารู้จัก การเที่ยวตามงบของเรา เช่นเราออกเดินทางไปเที่ยวสวนสาธารณะก็ถือว่าเป็นการเที่ยวที่เสียเงินน้อยแล้ว หรือถ้าไม่มีเวลามากก็เที่ยวที่ใกล้ๆ เดินไปสวนหลวง ร 9 เที่ยวสวนลุมพินี มากมาย ไปหมดยิ่งถ้าเราอยู่ในกรุงเทพแล้วสะดวกมาก

***แต่ถ้าการเที่ยวรอบโลก หรือ การเที่ยวตามใจ อันนี้ก็ต้องมีเวลาและงบประมาณ ถือว่าเป็นโอกาสสำหรับคนที่สามารถทำแบบนี้ได้ คนที่พร้อม แต่การเที่ยวมันไม่ใช่การลอกเลียนแบบนี้ครับ

***มาถึงตรงนี้ ผมว่าทุกท่านน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่า “เที่ยวแล้วได้อะไร ได้แบบไหน และอย่างไร”  เพราะการเที่ยว คือ พื้นฐานของการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นเอง

ภาพ-บทความ :ผู้เขียน

เกาะพยาม มนต์เสน่ห์ของธรรมชาติและพักผ่อนผ่อนคลาย

รูปภาพ

เกาะพยาม มนต์เสน่ห์ของธรรมชาติและพักผ่อนผ่อนคลาย

เกาะพยาม เกาะที่มีที่มาที่ไป ว่าชื่อนี่ได้แต่ใดมา กล่าวกันว่าสมัยก่อนกว่าที่จะเดินทางไปเกาะพยาม จะต้องพยายามออกเดินทางไปให้ถึง เลยเรียกกันว่าเกาะพยาม ซึ่งมาจากคำว่าเกาะพยายาม เพียนมาเป็นเกาะพยาม ซึ่งจะจริงเท็จขนาดไหนก็ต้องให้คนพื้นที่เข้ามาให้ข้อมูลอีกครั้ง 

เกาะพยามเป็นเกาะขนาดใหญ่ เป็น ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง  เป็นเกาะที่มีนักเดินทางนิยมไปเที่ยวกันมาก และเป็นที่รู้จัก ของนักเดินทางแนวตะลุยของชาวต่างชาติสมัยก่อน ก่อนที่จะมีรีสอร์ทเด่นดังเช่นบลูสกายรีสอร์ทที่ทำให้เกิดคำว่า”มัลดีฟเมืองไทย”

** แต่สำหรับผมคนระนองก็คงไม่ได้นึกถึงสิ่งนี้เท่าไร  สิ่งที่เราคิดว่าเป็นเสน่ห์ของเกาะพยามนั้นก็คือ เกาะที่เงียบ สงบ ธรรมชาติที่โดดเด่น   มีนกเงือก, หมู่บ้านชาวมอแกน ,เมล็ดกาหยู หรือ มะม่วงหิมพานต์ ที่พันธุ์ดีระดับต้นๆของเมืองไทย ,เหยี่ยวแดงบินโฉบไปมา มีหาดทรายแม้จะไม่ใส่ขาวระเอียดแต่ก็เป็นเอกลักษณ์ 

อ่าวและชายหาดอาจจะมีหลากหลายแต่จะแนะนำ อ่าวใหญ่ ที่เหมาะกับมานั่งชมพระอาทิตย์ตก ยามเย็น หรือ อาจจะหาที่พัก บริเวณหาดนี้

เชื่อว่าถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ เมื่อเดินทางมาเที่ยวเกาะพยามแล้ว จะต้องหลงรักเกาะพยามอย่างแน่นอน

ภาพ-เรื่อง : ช้างอิมเมท